การตลาดดิจิทัลที่ยั่งยืน: เรื่องราวความร่วมมือของเรากับ ClimatePartner
ที่ PAPER & PAGE เราไม่ได้เป็นเพียงเอเจนซี่การตลาดดิจิทัลเท่านั้น แต่เราเป็นสื่อที่ถ่ายทอดถึงเรื่องราวของการผสมผสานระหว่างการค้าและแรงบันดาลใจขององค์กรที่ลงตัวกัน ในฐานะเอเจนซี่รุ่นบุกเบิกที่ได้รับการรับรองให้เป็น B Corp หลักปฏิบัติของเรานั้นเรียบง่าย นั่นคือ การสร้างสมดุลระหว่างผลกำไรและวัตถุประสงค์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ครอบคลุม เท่าเทียม และยั่งยืน ความมุ่งมั่นนี้คือแนวทางที่เรายึดถืออยู่ในทุกๆวัน กับทุกโครงการ และกับพาร์ทเนอร์ทุกคนที่เราร่วมงานด้วย
การเดินทางสู่ความยั่งยืนของเรา
ความยั่งยืนถือเป็นแนวทางหลักของ PAPER & PAGE แต่ว่าการเดินทางเพื่อให้เป็นเอเจนซี่รายแรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองให้เป็น B Corp นั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เราต้องทำงานร่วมกันในทีมเพื่อที่จะประเมินและปรับแต่งวิธีที่เราทำงานกับลูกค้า คู่ค้า และกันเอง เพราะฉะนั้น การรับรองนี้ไม่ใช่แค่กระดาษแผ่นเดียวแต่มันเป็นเข็มนำทางการดำเนินงานของเราไปสู่ผลกระทบทางสังคมและการดูแลสิ่งแวดล้อมที่ดีในวงกว้าง ทุกการตัดสินใจเป็นการตัดสินใจที่รอบคอบเพื่อมุ่งหวังที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคน วัตถุประสงค์ของเรานั้นมีความชัดเจน นั่นก็คือ การกำหนดเกณฑ์มาตรฐานให้กับเอเจนซี่การตลาดที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและยั่งยืน เพื่อพิสูจน์ว่าธุรกิจสามารถประสบความสำเร็จและมีความยั่งยืนได้พร้อมๆกัน
การร่วมมือกับ ClimatePartner

Source: Bruno Mameli / Shutterstock.com
ภารกิจของเราในการสร้างผลกระทบที่ดีได้นำไปสู่ความร่วมมือกันกับ ClimatePartner ซึ่งเป็นองค์กรแนวหน้าในการผสมผสานความพยายามขององค์กรต่างๆ เข้ากับการรับมือการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ (climate action) ซึ่ง ClimatePartner ได้ถือกำเนิดขึ้นในปี 2006 ที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมัน โดยเริ่มปฏิบัติงานโดยการทำให้เส้นทางสู่ความยั่งยืนสำหรับธุรกิจต่างๆเป็นเรื่องง่าย ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ที่เราให้ความสำคัญ ความร่วมมือครั้งนี้จึงถือเป็นหลักฐานว่าความสำเร็จสามารถบรรลุได้ เมื่อวัตถุประสงค์ที่เหมือนกันมาบรรจบกับค่านิยมที่เหมือนกัน
ClimatePartner อธิบายถึงการที่นวัตกรรมเป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อที่จะลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อีกทั้งยังกล่าวไว้ว่า “นวัตกรรมมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญเมื่อเราวางแผนและดำเนินโครงการด้านสิ่งแวดล้อม หรือแนะนำลูกค้าของเราเกี่ยวกับวิธีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก” ทัศนคตินี้มีความสำคัญในการวางกลยุทธ์และดำเนินโครงการ หรือให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อีกทั้ง ClimatePartner ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ รวมถึงภาครัฐ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และชุมชนท้องถิ่นเพื่อให้มั่นใจว่าเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของเราจะสำเร็จได้ “เรามีการสนทนากับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ซึ่งการติดต่อกันอย่างต่อเนื่องนั้นสามารถทำให้บรรลุผลลัพธ์ต่อสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุดได้” แนวทางนี้ได้สอดคล้องกับสิ่งที่เรายึดถือ ซึ่งแสดงให้เห็นผ่านการสนับสนุนโครงการชดเชยคาร์บอนอย่างโครงการถ่านไบโอชาร์ ในอำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่
ความร่วมมือครั้งนี้เป็นจุดบรรจบของแรงบันดาลใจที่มีร่วมกัน โดยมีเป้าหมายเพื่ออนาคตที่ว่า ธุรกิจไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยแค่ผลกำไรเท่านั้น แต่ยังขับเคลื่อนด้วยวัตถุประสงค์ด้วย ซึ่งการร่วมมือครั้งนี้สามารถอธิบายได้ว่าความยั่งยืนและธุรกิจไม่ใช่เส้นทางคู่ขนาน แต่เป็นการเดินทางที่มุ่งไปสู่อนาคตและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น
การสนับสนุนโครงการถ่านไบโอชาร์ที่ อำเภอพร้าว ประเทศไทย

Source: Biochar Life Facebook Page
การร่วมมือกับ ClimatePartner ได้นำพาเราไปสู่การสนับสนุนโครงการถ่านไบโอชาร์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางสู่ความเป็นลบทางคาร์บอน (carbon-negative footprint) ภายในปี 2570 ของเรา โครงการนี้ตอบสนองปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนของประเทศไทย เช่น ปัญหาการเผาวัสดุทางการเกษตร ซึ่งเป็นการปฏิบัติที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นอันตรายและส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพอากาศของประเทศ
โครงการถ่านไบโอชาร์ถือเป็นการจุดเริ่มต้นของการเกษตรแบบยั่งยืน โดยเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้เป็นถ่านชีวภาพ ซึ่งเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนถาวรที่สามารถนำไปปรับใช้ได้หลากหลาย เช่น ใช้เป็นตัวกรองน้ำ ใช้เป็นยา และใช้ในการปรับคุณภาพดิน สิ่งเหล่านี้มีประโยชน์มากกว่าการชดเชยทางคาร์บอนอย่างเดียว เพราะมันเป็นสัญลักษณ์ของการเกษตรแบบยั่งยืนซึ่งตอบโจทย์ความมุ่งมั่นของเราในฐานะ ClimatePartner
ความสำคัญต่อการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ
การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศควรเป็นความพยายามของทุกๆคน โดย ClimatePartner ได้เน้นย้ำว่า “การศึกษาคือกุญแจสำคัญ เราจะสามารถจัดการกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศได้ ก็ต่อเมื่อเราเข้าใจสาเหตุของมันแล้วเท่านั้น” การเป็นพันธมิตรของเรากับ ClimatePartner จะมุ่งเน้นไปที่การศึกษาเป็นหลัก เพื่อสร้างความเข้าใจในวิกฤตสภาพภูมิอากาศและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในเชิงบวก ClimatePartner มีเป้าหมายที่จะส่งเสริมชุมชนให้มีความรู้ มีความสามารถในการระบุปัจจัยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการจัดการปัญหาอย่างเด็ดขาด ผ่าน ClimatePartner Academy ซึ่งเป็นหนึ่งในความพยายามของ ClimatePartner ที่เปิดให้ใช้งานได้ฟรี
เป้าหมายพันธกิจของเรานั้นมันเกินกว่าการทำงานด้านการตลาด แต่เป็นการเสริมสร้างพลังให้แก่ชุมชน เพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งที่ถ่ายทอดออกไปเกี่ยวกับความยั่งยืนและการดำเนินการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศจะถูกเผยแพร่ไปอย่างทั่วถึง มันคือการเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความรับผิดชอบและการกระทำที่มีร่วมกัน โดยก้าวข้ามแนวคิดความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรแบบเดิมๆไป
ความยั่งยืนในการตลาดดิจิทัล

Source: NicoElNino / Shutterstock.com
ในยุคที่ดิจิทัลฟุตพริ้นท์ (digital footprint) มีความสำคัญพอๆกันกับคาร์บอนฟุตพริ้นท์ หรือการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (carboon footprint) การผสมผสานความยั่งยืนเข้ากับการตลาดดิจิทัลจึงถือเป็นสิ่งจำเป็น ข้อมูลจากทาง ClimatePartner แสดงให้เห็นว่าการเริ่มต้นที่ดีต้องเริ่มมาจากการตระหนักรู้ของพนักงาน โดย ClimatePartner ได้ให้คำแนะนำว่า “พนักงานควรมีส่วนร่วมในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยสามารถเริ่มจากสิ่งเล็กๆน้อยๆในสภาพแวดล้อมการทำงานในแต่ละวัน เช่น การรีไซเคิล การเลือกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีชิ้นส่วนที่เปลี่ยนทดแทนได้เพื่อยืดอายุของอุปกรณ์ การลดจำนวนวิดีโอหรือภาพเคลื่อนไหวที่เล่นโดยอัตโนมัติบนโลกดิจิทัล และการเพิ่มประสิทธิภาพโฆษณาออนไลน์เพื่อปรับปรุงเวลาในการดาวน์โหลด”
การกระทำไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใด สามารถสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากโลกดิจิทัลได้ ซึ่งสิ่งนี้เป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมในองค์กรที่สำคัญเกี่ยวกับความยั่งยืน ในทุกโครงการที่เราดำเนินการ ทุกแคมเปญที่เราเปิดตัว และทุกการทำงานผ่านโลกดิจิทัล และไม่ใช่สิ่งที่เรามาคำนึงถึงแค่ในภายหลัง การนำคำแนะนำของ ClimatePartner มารวมเข้าด้วยกัน มันช่วยให้เราสามารถทำตามเส้นทางที่จะกำหนดนิยามใหม่ของการตลาดดิจิทัล และยังกำหนดเกณฑ์มาตรฐานที่ว่าความยั่งยืนและนวัตกรรมดิจิทัลสามารถอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนได้ เพื่อขับเคลื่อนทั้งความสำเร็จทางธุรกิจและผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม
มองการณ์ไกล
เมื่อเรามองไปข้างหน้า คำพูดของ บารัค โอบามา ที่ว่า “เราคือคนรุ่นแรกที่รับรู้ถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเป็นคนรุ่นสุดท้ายที่สามารถทำอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้” นั้นมีความจริงอยู่มาก การเดินทางนั้นอีกยาวไกล แต่ด้วยพาร์ทเนอร์อย่าง ClimatePartner เราสามารถก้าวไปอยู่ในจุดที่สามารถบรรลุเป้าหมายความเป็นลบทางคาร์บอนภายในปี 2570 ได้
วัตถุประสงค์ของ ClimatePartner ในการสนับสนุนบริษัทต่างๆเท่าที่จะทำได้ในการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมนั้น สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของเรา และเราเองก็ตั้งเป้าหมายที่จะขยายผลกระทบ สร้างมาตรฐานใหม่ของการตลาดดิจิทัลแบบยั่งยืน และยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้กับพาร์ทเนอร์ ลูกค้า และชุมชนในวงกว้างในการร่วมต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นในอนาคตต่อไปเช่นกัน
PAPER & PAGE อยากให้ทุกคนร่วมการเดินทางครั้งนี้ ในขณะที่เราแบ่งปันการเดินทาง ประสบการณ์ และเรื่องราวของเราในการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนต่อไป




