เอเจนซี่ด้านการตลาดแบบยั่งยืนสู่ความเป็นลบทางคาร์บอนภายในปี 2027
คุณรู้หรือไม่ว่าเอเจนซี่ด้านการตลาดดิจิทัลมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (carbon footprint) ประเภทใด?
เมื่อ PAPER & PAGE เริ่มทำงานร่วมกับ ClimatePartner และได้รับการรับรองให้เป็น B Corporation™ เราตระหนักถึงความท้าทายที่จะเกิดขึ้น แต่แน่นอนว่าผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไม่ใช่หนึ่งในความท้าทายนั้น เนื่องจาก “ผลิตภัณฑ์” ของเราคือเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย และการได้รับการลงข่าว (media coverage) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกสิ่งล้วนมีราคาที่ต้องจ่าย
เรามาดูกันว่าเอเจนซี่ด้านการสื่อสารดิจิทัลในกรุงเทพฯ ได้กำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรมสำหรับการตลาดแบบยั่งยืนเพื่อก้าวสู่ความเป็นลบทางคาร์บอนภายในปี 2027 — โดยรักษาปริมาณคาร์บอนที่ถูกปล่อยออกมาสู่ชั้นบรรยากาศให้น้อยกว่าปริมาณที่ถูกดูดซับ
การคำนวณและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน
ไม่ว่าจะเป็นโลกออฟไลน์หรือออนไลน์ ทุกการกระทำที่เราทำล้วนส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งแน่นอนว่ามันมากกว่าแค่ค่าใช้จ่ายทั่วไปที่เราต้องจ่ายกัน เช่น ค่าไฟฟ้าและพลังงานของที่ทำงาน และค่าเดินทางไปทำงาน แต่อย่างไรนั้น มันก็ยังคงมีค่าใช้จ่ายที่ซ่อนอยู่ เช่น การใช้พลังงานของเว็บโฮสติ้ง (web hosting) และโซเชียลมีเดีย ด้วยการทำงานร่วมกับ ClimatePartner ทำให้เราสามารถคำนวณค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Corporate Carbon Footprint หรือ CCF) ได้
นอกเหนือจากแนวทางปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่แล้ว เช่น การกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี การใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ประหยัดพลังงาน รวมไปถึงการลดและการรีไซเคิลกระดาษ ทีมของเรายังได้เพิ่มนโยบายของบริษัทเพื่อลดการเดินทางของพนักงานในองค์กรและพึ่งพาระบบขนส่งสาธารณะแทน แต่เราก็ยังคงไม่ “เป็นกลางทางคาร์บอน (carbon neutral)” อยู่ดี
การลงทุนกับการชดเชยคาร์บอน

สำหรับการปล่อยก๊าซคาร์บอนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ PAPER & PAGE เลือกที่จะสนับสนุนโครงการใกล้ตัวจากโครงการชดเชยคาร์บอนของ ClimatePartner
รายงานปี 2020 ของ Food Industry Asia (FIA) ได้กล่าวไว้ว่าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการจ้างแรงงานถึง 127 ล้านคนในภาคเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร และสร้างรายได้ถึง 717 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐในประเทศอินโดนีเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ทำให้ภูมิภาคนี้เป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งอาหารของโลก อย่างไรก็ตาม ปัญหาจากแนวทางปฏิบัติที่ไม่ยั่งยืนที่พบได้บ่อยในภูมิภาคนี้นั่นก็คือ การตัดและเผาเศษเหลือจากการเกษตร โดยเมื่อสิ้นสุดการเก็บเกี่ยวในแต่ละฤดูกาล เกษตรกรทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเผาไหม้พื้นที่เพื่อกำจัดเศษเหลือจากการเกษตร ซึ่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกและก่อให้เกิดปรากฏการณ์ฝุ่นและควันตามฤดูกาลที่ปกคลุมทั่วทั้งภูมิภาคเกือบทุกปี
แทนที่จะทำการเผาทิ้ง โครงการถ่านไบโอชาร์ ในอำเภอพร้าว ประเทศไทย ของมูลนิธิอุ่นใจ ได้เปลี่ยนขยะจากการเกษตรเหล่านั้นให้เป็นถ่านชีวภาพ (ถ่านไบโอชาร์) ซึ่งเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนถาวรที่สามารถนำไปใช้ในกระบวนการกรองน้ำ การรักษาโรค และกระบวนการก่อสร้าง นอกจากนี้ ถ่านชีวภาพยังเป็นสารเสริมดินที่ดี โดยสามารถลดความเป็นกรดในดิน ช่วยปรับปรุงการกักเก็บน้ำและสารอาหารในดิน และป้องกันไม่ให้ปุ๋ยถูกชะล้างลงไปในน้ำใต้ดินได้อีกด้วย

การลงทุนในโครงการนี้ทำให้ PAPER & PAGE กลายเป็นองค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนได้ในที่สุด ด้วยการสนับสนุนแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนในภาคเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทย และทำให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในหลายๆประการ
แต่เราไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น ในฐานะที่เราเป็น ClimatePartner อย่างเป็นทางการ เราจะยังคงหาวิธีลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อไปเรื่อยๆ และจะบรรลุเป้าหมายสู่ความเป็นลบทางคาร์บอนภายในปี 2027 ต่อไป
สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำงานร่วมกับ ClimatePartner และผลงานของมูลนิธิอุ่นใจได้ที่นี่




