3 แนวคิดสำคัญในการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารเพื่อความยั่งยืนในปี 2024
ไม่ว่าคุณจะอยู่ในองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร องค์กรเอกชน หรือหน่วยงานภาครัฐ ต่างก็มีการเน้นย้ำเรื่องความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (Corporate Social Responsibility หรือ CSR) อย่างปฏิเสธไม่ได้
รายงานจากสถาบันการศึกษาเอกชน International Institute for Management Development (IMD) ที่ตั้งอยู่ในเมืองเจนีวาได้กล่าวไว้ว่า ธุรกิจต่างๆทั่วโลกกำลังดำเนินการเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ส่งเสริมทางเลือกที่ยั่งยืนมากขึ้นใน supply chain ต่างๆ และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยั่งยืนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีขึ้นต่อไป
นอกเหนือจากผลเสียของการฟอกเขียว (greenwashing) แล้ว สิ่งสำคัญก็คือโปรแกรมและองค์กรที่มีความยั่งยืนอย่างแท้จริงจะต้องสามารถเชื่อมต่อกับกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม และได้รับการตอบแทนสำหรับการเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่เราต้องการเห็น
ในบทความนี้ เราขอเสนอแนวคิดที่สำคัญ 3 ข้อในด้านความยั่งยืน วิธีนำแนวคิดเหล่านั้นไปปรับใช้ให้เข้ากับกลยุทธ์ทางธุรกิจและการสร้างแบรนด์ขององค์กรต่างๆ และสิ่งที่เราทำในฐานะเอเจนซี่การตลาดที่ยั่งยืน
การตลาดที่มีความเป็นกลางหรือความเป็นลบทางคาร์บอน

Source: Dmitry Demidovich / Shutterstock.com
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ ภาวะโลกรวน (climate change) ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวิธีการกำกับดูแลกิจการ โดยมีองค์กรต่างๆจำนวนมากที่ทำการลดการปล่อยคาร์บอนในขั้นตอนการดำเนินงาน ผลิตภัณฑ์และบริการของพวกเขา
ผลิตภัณฑ์และบริการมีความเป็นกลางทางคาร์บอนได้เนื่องจากมีการทำให้เป็นกลางด้วยการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เท่ากับปริมาณที่ถูกปล่อยออกไป ซึ่งส่งผลให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (net-zero carbon emissions) แต่จริงๆแล้ว การปล่อยก๊าซบางส่วนเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นองค์กรต่างๆ (รวมถึงเรา) จึงสามารถลงทุนในโครงการชดเชยคาร์บอนหรือการซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อสร้างความแตกต่างได้
แม้ว่าองค์กรบางแห่งจะสามารถจัดการโครงการชดเชยคาร์บอนของตนเองได้ แต่องค์กรอื่นๆอาจจะยังต้องพึ่งพาโครงการภายนอก เช่น แพลตฟอร์มชดเชยคาร์บอนของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change หรือ UNFCCC) หรือ ClimatePartner ซึ่งทั้งสองนี้เป็นโปรแกรมชดเชยคาร์บอนที่ผ่านการรับรองซึ่งจะสามารถลด ป้องกัน หรือกำจัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ นอกจากนี้ ยังมีแพลตฟอร์มอื่นๆที่ให้บริการในด้านนี้ และเมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงที่ว่า 15% ของป่าเขตร้อนของโลกอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภูมิภาคนี้จึงสามารถเก็บเกี่ยวเงินชดเชยคาร์บอนได้ถึง 10,000 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว
องค์กรจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆกำลังก้าวไปอีกขั้นเพื่อที่จะกลายเป็นองค์กรที่มีความเป็นลบทางคาร์บอน หรือทำการชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนให้มากกว่าที่ผลิตออกมา ผลิตภัณฑ์และบริการที่มีความเป็นลบทางคาร์บอนนั้นจึงมีข้อได้เปรียบที่ชัดเจนในตลาด ทั้งในหมู่ผู้บริโภคอายุน้อยและลูกค้าองค์กรที่ต้องการกำจัดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากซัพพลายเออร์ต้นทาง
การตลาดแบบหมุนเวียนหรือลดขยะให้เป็นศูนย์

Source: Igisheva Maria / Shutterstock.com
แนวคิดที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของโครงการ CSR และองค์กรที่คำนึงถึงความยั่งยืนคือเศรษฐกิจหมุนเวียน ผลิตภัณฑ์และบริการแบบหมุนเวียนจะจัดการปริมาณของเสียและลดปริมาณของเสียให้เหลือน้อยที่สุดด้วยวิธีต่างๆบางข้อหรือทั้งหมดนี้:
- การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยลดความต้องการวัตถุดิบและการผลิตต้นทาง
- โปรแกรมการรีไซเคิลหรือการซ่อมแซม ที่ช่วยขยายอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์และป้องกันการสร้างขยะ
- วัสดุที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรที่จะนำมาใช้ในอนาคต และสามารถนำมาใช้เข้ากับระบบการจัดการขยะที่มีอยู่ได้อย่างยั่งยืน
ผู้บริโภคจำนวนมากขึ้นตระหนักถึงผลกระทบของผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วทิ้ง รวมถึงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ซึ่งนำไปสู่การ รณรงค์ลดขยะเป็นศูนย์ที่เพิ่มขึ้น องค์กรและหน่วยงานต่างๆ เช่น Zero Waste Thailand และ Refill Station ทำการพิจารณาว่าผลิตภัณฑ์และบริการของพวกเขาสามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบไร้ขยะได้อย่างไร
การเติบโตของเครื่องชงกาแฟแบบแคปซูลก่อให้เกิดข้อโต้แย้งว่ามีส่วนทำให้เกิดไลฟ์สไตล์ที่สิ้นเปลือง และตั้งแต่นั้นมาก็ได้มีการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหานี้ด้วยโปรแกรมการรวบรวมและรีไซเคิลแคปซูล ทั้งนี้ผลลัพธ์ก็มีหลากหลายมุม
บางองค์กรที่มีรูปแบบธุรกิจแบบสมัครสมาชิก (subscription-based) หรือแบบผลิตภัณฑ์เป็นบริการ (Product-as-a-Service หรือ PaaS) ก็มีการโฆษณาเรื่อง zero waste เช่น Lumea Select Try & Buy ของ Philips โดยแทนที่จะโอนสิทธิให้กับผู้บริโภคและให้ผู้บริโภคมีหน้าที่รับผิดชอบในการกำจัดผลิตภัณฑ์เอง ผู้บริโภคสามารถชำระค่าบริการเพื่อให้สิทธิในการใช้ผลิตภัณฑ์นั้นแทน และความรับผิดชอบในการซ่อมแซมหรือรีไซเคิลผลิตภัณฑ์จะเป็นของผู้ผลิต
การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยวัตถุประสงค์

Source: Sinart Creative / Shutterstock.com
การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยวัตถุประสงค์หมายถึงการตลาดที่เน้นย้ำถึงจุดประสงค์ (why) ของธุรกิจมากกว่าวิธีการดำเนินงาน (how) หรือตัวผลิตภัณฑ์ (what) นั่นคือพันธกิจขององค์กรของคุณ ซึ่งถือเป็นเหตุผลของการที่องค์กรยังตั้งอยู่ การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยวัตถุประสงค์ยังเป็นที่รู้จักกันในนาม โมเดลวงกลมทองคำ (Golden Circle model) ซึ่งคิดค้นโดย Simon Sinek นักเขียนชาวอเมริกัน
ตาม TED Talk ที่โด่งดังในขณะนี้ของ Sinek การสร้างจุดประสงค์ของคุณ (why) และเชื่อมโยงเข้ากับวิธีการดำเนินงานขององค์กร (how) รวมทั้งผลิตภัณฑ์และบริการ (what) ช่วยให้องค์กรของคุณโดดเด่นในตลาด และเสริมสร้างการรับรู้แบรนด์และความภักดีต่อแบรนด์ได้
การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยวัตถุประสงค์จะประสบความสำเร็จได้ก็เมื่อพันธกิจ วิสัยทัศน์ และค่านิยมขององค์กรเชื่อมโยงกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งสอดคล้องกับค่านิยม ความเชื่อ และวัฒนธรรมของพวกเขา
แต่มันก็ไม่ใช่แค่การพูดปากเปล่า เพราะคุณก็ควรทำตามคำมั่นสัญญาของคุณด้วย ทำให้ไกลกว่าคำมั่นสัญญาบนหน้า “เกี่ยวกับเรา” บนเว็บไซต์องค์กรของคุณ รวมพันธกิจของคุณเข้ากับวิธีการผลิตผลิตภัณฑ์ วิธีการให้บริการ และบุคคลหรือองค์กรที่คุณร่วมงานด้วย
ตัวอย่างเช่น Stories of Silver ผู้ผลิตเครื่องประดับเงินในกรุงเทพฯ ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมพลังให้กับชนเผ่ากะเหรี่ยงในหมู่บ้านพระบาทห้วยต้มทางภาคเหนือของประเทศไทย Stories of Silver สามารถเชื่อมโยงวัตถุประสงค์ไว้ในการเลือกผลิตภัณฑ์ วิธีการผลิต และกลุ่มคนที่ร่วมกันทำงาน โดยการร่วมมือกับช่างเงินแบบดั้งเดิมและการสะท้อนถึงความงดงามในการออกแบบเครื่องประดับ
นำมารวมเข้าด้วยกัน
มันมีหลากหลายวิธีในการกล่าวถึงความยั่งยืน เช่น เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (United Nation Sustainable Development Goals หรือ SDGs) หรือ การกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (Environmental, Social, and Corporate Governance หรือ ESG) ซึ่งช่วยให้ผู้ที่ผู้เกี่ยวข้องในภาคส่วนต่างๆใช้คำศัพท์เดียวกันและมีความเข้าใจที่ตรงกัน ที่ PAPER & PAGE เราดำเนินการอย่างเรียบง่าย: นั่นคือการได้รับการรับรอง
จุดมุ่งหมายของเราคือเพื่อสนับสนุนองค์กรและโปรแกรมที่ขับเคลื่อนด้วยผลกระทบด้วยความเชี่ยวชาญและความตั้งใจด้านการตลาดของเรา และเพื่อให้แน่ใจว่าจุดประสงค์ของเราสะท้อนในวิธีการดำเนินงาน เราจึงได้พยายามอย่างเต็มที่ในการเป็น Certified B Corporation™ ซึ่งเปรียบเสมือนกับมาตรฐานที่สูงสุดสำหรับการดำเนินงานทางสังคมและสิ่งแวดล้อม
ส่วนหนึ่งของการรับรองนี้ เราต้องทำการชดเชยคาร์บอนเพื่อให้มีความเป็นกลางทางคาร์บอน ลดการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง และสร้างดัชนีชี้วัดผลงาน (key performace indicators) สำหรับผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม
แต่เราไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น เรายังได้ร่วมมือกับ B Market Builder Southeast Asia เพื่อขยายแนวคิดเกี่ยวกับ B Corp Movement และสร้างการเปลี่ยนแปลงทางภาคธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท PAPER & PAGE ในฐานะที่เป็น B Corp สามารถนำพันธกิจด้านความยั่งยืนมาผสมผสานเข้ากับกลยุทธ์ทางธุรกิจของบริษัทได้อย่างมีนัยสำคัญ
ประเด็นสำคัญ
ธุรกิจต่างๆกำลังแข่งขันกันเพื่อให้ตัวเองมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนมากที่สุด ในขณะที่เข็มเริ่มเปลี่ยนจาก “ธุรกิจตามปกติ” และ “ไม่ก่อให้เกิดพิษภัย” ไปสู่ “ผลกระทบเชิงบวก” และ “เศรษฐกิจเชิงปฏิรูป”
ถึงแม้ว่าจะมีกลุ่มเป้าหมายบางกลุ่มที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น บางกลุ่มรายได้หรือเพศ แต่กลุ่มเป้าหมายทั้งหมดนั้นมีความคำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมาตรฐานด้านความยั่งยืนของกลุ่มคนเหล่านั้นกำลังเพิ่มขึ้น และมีความอดทนต่อกิจกรรม CSR ที่ไม่จริงใจนั้นก็กำลังลดลง
ไม่ว่าจะเป็นความเป็นกลางทางคาร์บอน เศรษฐกิจหมุนเวียน การขับเคลื่อนตามวัตถุประสงค์ หรือทั้ง 3 สิ่งรวมกัน ความสำเร็จของแคมเปญการตลาดแบบยั่งยืนในระยะยาวนั้นจะขึ้นอยู่กับความสามารถขององค์กรในการผสมผสานความยั่งยืนให้อยู่ในกลยุทธ์ทางธุรกิจทุกๆด้านว่าได้ดีมากน้อยเพียงใด

